เมื่อเข้าใจ ranking แล้ว สิ่งต่อไปที่ควรรู้คือเรื่องความน่าจะเป็นของไพ่โป๊กเกอร์ เพราะมันช่วยให้เราเข้าใจว่าอะไรควรเกิดบ่อยและอะไรควรหายาก เช่น Royal Flush มีโอกาสเกิดน้อยมากถึงระดับ 1 ในหลายแสนมือ Straight Flush ก็ยังหายากมาก Four of a Kind ก็หายากเช่นกัน ในขณะที่ One Pair เป็นมือที่เกิดบ่อยสุด พอเราเข้าใจความน่าจะเป็น เราจะเริ่มเห็นเหตุผลว่าทำไมลำดับมือไพ่ถูกวางแบบนี้ ไม่ใช่ตั้งตามความรู้สึก แต่ตั้งตามสถิติจริงของการเกิด combination ไพ่โป๊กเกอร์ หากคุณอยากเล่นให้ดีขึ้น ต้องเริ่มคิดจาก probability poker hands ก่อนเสมอ เพราะโป๊กเกอร์ไม่ใช่เกมดูว่าใครหน้าไพ่สวยกว่า แต่มันคือเกมที่ต้องชั่งน้ำหนักความเป็นไปได้และความคุ้มค่าของการตัดสินใจทุกครั้ง
สำหรับ Straight มีมือพิเศษที่ต้องจำให้ได้คือ Wheel straight และ Broadway straight Wheel straight คือ A-2-3-4-5 โดย Ace จะนับเป็น 1 ได้ มือแบบนี้ถือเป็น Straight ต่ำสุด ส่วน Broadway straight คือ A-K-Q-J-10 ซึ่งเป็น Straight สูงสุด และถ้าไพ่ทั้งห้าใบเป็นดอกเดียวกันก็จะกลายเป็น Royal Flush ทันที การรู้สองรูปแบบนี้ช่วยให้คุณอ่านบอร์ดและอ่านไพ่ตัวเองได้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะตอนเล่น Texas Holdem จริงที่จังหวะบนโต๊ะเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าจำพวกนี้ได้คุณจะไม่พลาดการนับ Straight ที่ถูกซ่อนอยู่ในบอร์ด
Royal Flush คือไพ่สูงสุดในโป๊กเกอร์ เป็น A-K-Q-J-10 ที่เป็นดอกเดียวกันทั้งหมด เช่นโพดำทั้งหมดหรือหัวใจทั้งหมด มือแบบนี้หายากมากจนเรียกได้ว่าแทบไม่เจอในชีวิตจริง โอกาสเกิดประมาณ 1 ใน 649,740 เท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่มันเป็นมือที่ทุกคนฝันถึง ต่อมาคือ Straight Flush ซึ่งคือไพ่ 5 ใบเรียงกันและเป็นดอกเดียวกัน เช่น 5-6-7-8-9 โพดำ มือแบบนี้ก็แรงมากและหายากสุดๆ เช่นกัน จากนั้นเป็น Four of a Kind หรือไพ่ตองสี่ใบ เช่น Q-Q-Q-Q พร้อมไพ่ใบที่ห้าอีกหนึ่งใบ มือแบบนี้ก็ชนะเกือบทุกมือในสถานการณ์ทั่วไปแล้ว
ถ้าสองคนมีมือเหมือนกันทุกอย่างจริง ๆ นั่นคือกรณี split pot หรือการแบ่งพอท ไม่ใช่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งชนะเต็ม ๆ โดยปกติในเท็กซัสโฮลเอ็มจะใช้ best 5 cards คือเลือกไพ่ 5 ใบที่ดีที่สุดจากไพ่ในมือ 2 ใบและไพ่กองกลาง 5 ใบ ถ้า 5 ใบที่ดีที่สุดของทั้งสองคนเหมือนกันทุกประการจริง ๆ ก็ต้องแบ่งพอทกัน แนวคิดนี้สำคัญมากเพราะมือใหม่บางคนคิดว่าตัวเองชนะหรือแพ้แน่นอน แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นเสมอกันตามกติกา เกมนี้จึงต้องดูทั้งไพ่ในมือ บอร์ด และลำดับการจัดไพ่ที่ดีที่สุดเสมอ ไม่ใช่มองแค่ไพ่สองใบที่ถืออยู่เท่านั้น
เมื่อเข้าใจลำดับไพ่แล้ว สิ่งต่อไปที่ควรรู้คือเรื่องโป๊กเกอร์ความน่าจะเป็นหรือ probability poker hands เพราะเกมนี้ไม่ได้อาศัยการเดาอย่างเดียว แต่ต้องใช้การประเมินโอกาสด้วย เช่น pocket pair อย่าง KK preflop มี equity ประมาณ 70% ขึ้นไปเมื่อเจอกับไพ่สุ่ม หมายความว่าในระยะยาวคุณจะเป็นฝ่ายได้เปรียบในการชนะพอตมากกว่า suited connector อย่าง J♠T♠ ก็มีคุณค่าเพราะสามารถพัฒนาเป็น Flush หรือ Straight ได้ ทำให้บางสถานการณ์เล่นได้ดีเกินกว่าที่มือดูเหมือนธรรมดา ผู้เล่นที่เข้าใจ equity poker hands จะมองเกมต่างจากคนที่ดูแค่ “ไพ่ตอนนี้แรงไหม” เพราะจริงๆ แล้วหลายครั้งมือที่ยังไม่ติดอะไรเลยอาจมี equity สูงกว่ามือที่ติดคู่เล็กๆ แต่เล่นต่อยาก
ถ้าทั้งสองฝ่ายมีมือที่เหมือนกันจริงๆ ทุกประการจะเกิด split pot โป๊กเกอร์ หรือการแบ่งพอท ตัวอย่างเช่น ถ้าบอร์ดออกมาทำให้ทั้งสองคนใช้ best 5 cards Texas Holdem ได้เหมือนกันทุกใบ เช่น ไอเดียของมือดีที่สุด 5 ใบบนบอร์ดเหมือนกันเป๊ะ โดยไม่มี kicker ใดๆ มาแยกได้ ก็จะต้องแบ่งเงินในพอตเท่าๆ กัน นี่เป็นกติกาพื้นฐานที่ผู้เล่นควรรู้ เพราะบางครั้งคนคิดว่าตัวเองชนะ แต่จริงๆ แล้วเป็นแค่การเสมอกันและแบ่งพอต การเข้าใจเรื่อง tie breaker poker หรือการตัดสินผู้ชนะเมื่อมือสูสีกันจึงสำคัญมาก ไม่อย่างนั้นอาจเกิดการเข้าใจผิดระหว่างเล่นได้ง่าย
ลำดับไพ่โป๊กเกอร์แบบมาตรฐานสากลมีทั้งหมด 10 มือ เรียงจากแรงที่สุดไปอ่อนที่สุด มือที่แข็งแรงที่สุดคือ Royal Flush ซึ่งก็คือ A-K-Q-J-10 ดอกเดียวกัน หลายคนจำแค่ว่าเป็นไพ่ดีที่สุด แต่ไม่ค่อยรู้ว่ามันหายากมากแค่ไหน ในแง่โป๊กเกอร์ความน่าจะเป็น มือแบบนี้เกิดขึ้นน้อยมากจนแทบไม่เจอในชีวิตจริง ต่อมาคือ Straight Flush ซึ่งเป็นไพ่ห้าใบเรียงกันและดอกเดียวกัน เช่น 5-6-7-8-9 โพแดง จากนั้นเป็น Four of a Kind หรือไพ่สี่ใบเลขเดียวกัน เช่น Q-Q-Q-Q มือถัดมาคือ Full House ซึ่งประกอบด้วยตองหนึ่งชุดกับคู่หนึ่งชุด เช่น K-K-K-7-7 หลายคนมือใหม่มักสับสนว่า Flush กับ Full House อันไหนแรงกว่า คำตอบคือ Full House แรงกว่าเสมอ จากนั้นจึงเป็น Flush ที่เป็นไพ่ห้าดอกเดียวกันแต่ไม่ต้องเรียง Straight คือไพ่ห้าใบเรียงกันแต่ไม่จำเป็นต้องดอกเดียวกัน Three of a Kind คือไพ่ตอง Two Pair คือสองคู่ One Pair คือคู่เดียว และสุดท้ายคือ High Card หรือไม่มีมืออะไรเลย ชนะกันด้วยไพ่สูงสุดที่เหลืออยู่ทั้งหมด
เรื่อง kicker คืออะไร เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มือใหม่มักสับสนมาก เพราะเวลาเห็นผู้เล่นสองคนมีมือคล้ายกันก็ไม่แน่ใจว่าควรตัดสินอย่างไร kicker โป๊กเกอร์ คือไพ่ใบสำรองที่ใช้เปรียบเทียบเมื่อมือหลักเหมือนกัน เช่น ถ้าคุณถือ A-K และอีกคนถือ A-Q แล้วบอร์ดออก A-7-3-2-5 ทั้งสองคนจะได้ One Pair ที่เป็นคู่ A เหมือนกัน แต่คนที่ถือ K จะชนะคนที่ถือ Q เพราะ K เป็น kicker ที่สูงกว่า นั่นคือกฎ kicker แบบง่ายที่สุด หลักการนี้สำคัญมากในเกมจริง เพราะหลายครั้งคนจะคิดว่ามีคู่ A เหมือนกันแล้วเสมอ แต่ความจริงยังต้องดูไพ่ข้างเคียงทั้งหมดประกอบด้วย หากไพ่หน้าเหมือนกันทุกอย่างจริง ๆ ค่อยไปสู่การแบ่งพอทหรือ split pot โป๊กเกอร์
straight draw probability: บทความนี้สรุปลำดับไพ่ Texas Hold’em ทั้ง 10 มือ พร้อมอธิบาย kicker, split pot, pot odds และความน่าจะเป็นแบบเข้าใจง่าย ใช้เล่นได้จริงทั้งมือใหม่และคนเล่นประจำ
แนวคิดสำคัญอีกอย่างคือ outs โป๊กเกอร์ ซึ่งคือจำนวนไพ่ที่ยังช่วยให้คุณติดมือที่ต้องการ เช่น ถ้าคุณมี flush draw outs มักเท่ากับ 9 ใบ เพราะยังมีไพ่ดอกเดียวกันอีก 9 ใบในสำรับที่ช่วยให้คุณติด Flush ส่วน open-ended straight draw มักมี 8 outs เพราะมีไพ่สองด้านที่ช่วยให้คุณเป็น Straight ได้ การรู้จำนวน outs ทำให้คุณประเมิน pot odds poker ได้ดีขึ้นว่าเงินที่ต้อง call คุ้มไหมเมื่อเทียบกับโอกาสที่จะติดมือ ในทางปฏิบัติ ถ้า equity ของคุณสูงกว่าป็อตออดส์ก็ควร call แต่ถ้าต่ำกว่าชัดเจนก็ควร fold หลักนี้ดูง่ายมากแต่ใช้ได้จริงบ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาคุณเจอแอ็กชันหนักในเทิร์นหรือริเวอร์
ถ้าพูดถึงลำดับไพ่โป๊กเกอร์ทั้งหมดใน Texas Holdem hand ranking แบบมาตรฐานสากล จะมีทั้งหมด 10 มือ เรียงจากแรงที่สุดไปอ่อนที่สุด เริ่มจาก Royal Flush คือไพ่ A-K-Q-J-10 ที่เป็นดอกเดียวกันทั้งหมด มือแบบนี้หายากที่สุดในเกม และเป็นภาพจำของโป๊กเกอร์แทบทุกคน รองลงมาคือ Straight Flush คือไพ่ 5 ใบเรียงกันและเป็นดอกเดียวกัน เช่น 5-6-7-8-9 ดอกเดียวกัน ถัดมาคือ Four of a Kind หรือไพ่สี่ใบหน้าเดียวกัน เช่น Q-Q-Q-Q ตามด้วย Full House ซึ่งเป็นชุด 3 ใบเหมือนกันบวกอีก 1 คู่ เช่น K-K-K-7-7 แล้วจึงเป็น Flush หรือไพ่ 5 ใบดอกเดียวกันแต่ไม่จำเป็นต้องเรียง ต่อด้วย Straight คือไพ่ 5 ใบเรียงกันแต่คนละดอกก็ได้ จากนั้นเป็น Three of a Kind หรือไพ่ 3 ใบหน้าเดียวกัน Two Pair หรือสองคู่ One Pair หรือหนึ่งคู่ และสุดท้าย High Card ซึ่งหมายถึงไม่มีชุดอะไรเลย จึงตัดสินด้วยไพ่สูงสุดที่เหลืออยู่ ลำดับนี้เป็นพื้นฐานสำคัญมาก เพราะถ้าเข้าใจผิดเพียงนิดเดียว การตัดสินใจทั้งมืออาจผิดได้ทันที
Full House คือไพ่สามใบเหมือนหนึ่งชุดกับอีกคู่หนึ่ง เช่น K-K-K-7-7 หลายคนที่เพิ่งเล่นใหม่ๆ มักสับสนว่ามันแรงกว่า Flush หรือไม่ คำตอบคือ Full House แรงกว่า Flush เสมอ เพราะการได้สามใบเหมือนกับอีกคู่หนึ่งเกิดยากกว่าการได้ไพ่ห้าดอกเดียวกัน ถัดมาคือ Flush ซึ่งเป็นไพ่ 5 ใบดอกเดียวกันแต่ไม่จำเป็นต้องเรียง เช่น 2-5-8-J-K โพแดง จากนั้นคือ Straight ที่เป็นไพ่ 5 ใบเรียงกันแต่ดอกไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เช่น 4-5-6-7-8 ต่างดอกก็ได้ มือถัดไปคือ Three of a Kind หรือไพ่สามใบเหมือน เช่น 9-9-9 และต่อมาคือ Two Pair หรือสองคู่ เช่น A-A-8-8-x จากนั้นคือ One Pair หรือหนึ่งคู่ซึ่งพบได้บ่อยมาก และสุดท้ายคือ High Card คือไม่มีชุดใดๆ เลย ต้องวัดกันที่ไพ่สูงสุดเท่าที่มี
อีกระดับหนึ่งที่เริ่มช่วยให้เล่นจริงดีขึ้นคือการเข้าใจ equity, pot odds และ outs สมมติคุณถือฟลัชดรอว์ คุณมีไพ่ดอกเดียวกันครบ 4 ใบและรออีก 1 ใบเพื่อทำ flush ดังนั้น outs โป๊กเกอร์ของคุณคือไพ่ที่ช่วยให้ครบมือ ซึ่งในกรณีฟลัชดรอว์มาตรฐานมักมี 9 outs ส่วน open-ended straight draw จะมี 8 outs เพราะมีไพ่สองฝั่งที่ช่วยให้ติดสเตรทได้ การรู้จำนวน outs ทำให้คุณคำนวณ odds คร่าวๆ ได้ว่ามีโอกาสติดมือแค่ไหน ถ้า pot odds poker บอกว่าการ call คุ้มเมื่อเทียบกับเงินที่ต้องใส่เพิ่ม แต่ equity poker hands ของคุณสูงพอ ก็เป็นจังหวะที่ควร call ตรงกันข้าม ถ้า pot odds ไม่ดีและ equity ต่ำ การ fold คือทางเลือกที่ถูกต้อง หลักคิดนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการเล่นแบบมีเหตุผล และจะพาคุณไปสู่การเข้าใจ GTO poker strategy ในระดับลึกขึ้นได้ในอนาคต
สุดท้ายนี้ ถ้าคุณอยากเล่นโป๊กเกอร์ให้เก่งขึ้นจริง อย่าเริ่มจากการจำแค่ลำดับไพ่แบบท่องอย่างเดียว แต่ให้เข้าใจด้วยว่าแต่ละมือเกิดยากแค่ไหน ใช้ตัดสินกันอย่างไร kicker มีผลเมื่อไร และเมื่อไรควรแบ่งพอท การเข้าใจเรื่องเหล่านี้จะทำให้คุณเล่นได้มั่นใจขึ้นมาก และลดความสับสนเวลาเจอสถานการณ์จริงบนโต๊ะได้เยอะมาก ถ้าคุณจำสิ่งเดียวจากบทความนี้ได้ ขอให้จำว่าไพ่ที่เกิดยากมักแรงกว่า ไพ่ที่เหมือนกันทุกอย่างต้องดู kicker และถ้าทุกอย่างเท่ากันจริงก็ split pot ส่วนเรื่องความน่าจะเป็นและ equity จะช่วยให้คุณตัดสินใจถูกในระยะยาวได้ดีขึ้น ถ้าคุณเพิ่งเริ่มหรืออยากหาที่ลองเล่นจริง หลายคนก็เริ่มจากโต๊ะเล็ก ๆ ใน QQPK เพื่อฝึกอ่านเกม ฝึกดูบอร์ด และค่อย ๆ พัฒนาฝีมือไปทีละขั้น เพราะโป๊กเกอร์ไม่ได้ชนะด้วยความรู้เรื่องมืออย่างเดียว แต่ชนะด้วยการเอาความรู้ไปใช้ให้ถูกจังหวะด้วย